หนึ่งพรรษาพื่อคุณค่าตลอดชีวิต
"
วิถีนี้ปูลาดด้วยสีทองแห่งผ้ากาสาวพัสตร์
ถนนที่พุทธบุตร ใช้เดินสู่อ้อมอกของบิดาแห่งตน "ถนนธรรมทายาท"
เส้นทางสะอาด เปล่งแสงสุกใส พร่ำเรียกหาลูกผู้ชาย ผู้ใฝ่หาชัยชนะที่แท้จริง
ให้ผละจากความเป็นผู้หมักจมอยู่กับความพ่ายแพ้
และหนีห่างจากการล่อลวงด้วยชัยชนะจอมปลอม
เข้าสู่ความหอมแห่งศีล ความหอมแห่งอิสระภาพของใจ
ไม่ตกอยู่ในค่ายกลของมายา ไม่ติดอยู่กับสาไถยของความงาม
ที่นับวันมีแต่จะร่วงโรยลง "
นับตั้งแต่สมัยพุทธกาล เมื่อย่างเข้าฤดูฝน
องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระพุทธานุญาตให้
พระภิกษุสงฆ์ อยู่พำนักพรรษาตามวัดวาอารามหรือบริเวณอันกำหนดขึ้น
งดการออกจาริกไปยังถิ่นต่างๆ เป็นเวลา ๓ เดือน
และช่วงเวลาแห่งการเข้าพรรษานี้เอง จึงเป็นโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์
ได้ศึกษาพระธรรมวินัยและปรารภความเพียรด้านธรรมะปฏิบัติ อย่างต่อเนื่อง
อันเป็นการฝึกฝนอบรมคุณธรรมในตัว ให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆขึ้นไป
มื่อถึงฤดูเข้าพรรษา เป็นประเพณีอันสืบเนื่องมาแต่โบราณ
ชายไทยทั้งหลายต่างนิยมอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์
ดำรงตนให้บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ในพระธรรมวินัย
เพื่อจะได้ศึกษาและฝึกฝนอบรมตนเอง ตลอดจนพัฒนาศักยภาพ
และเพิ่มพูนคุณธรรม อีกทั้งจะได้ปรับปรุง แก้ไขสิ่งที่ยังบกพร่อง
ในตนเองให้สมบูรณ์ เพื่อเตรียมตัวให้เป็นคนดี
และมีวิถีดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรม
นำไปสู่ความสุขและความสำเร็จตลอดไปในชีวิต ทั้งทางโลกและทางธรรม
ดังนั้นการมีโอกาสได้ใช้ชีวิตเป็นนักบวช แม้เพียงหนึ่งพรรษา
ก็สามารถนำพาให้พบกับเป้าหมายชีวิตอันสูงส่ง
ก่อให้เกิดความรู้สึกตระหนักรู้ในคุณค่า
เพื่อการพัฒนาแก่ชีวิตของตนอย่างแท้จริง
การบวชเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ทั้งต่อผู้บวชและบุพการี