ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

               นรก สวรรค์ จริงหรือที่ว่า เป็น เพียงนิทานหลอกเด็ก?

       "อาตมาไม่เชื่อเรองนรก สวรรค์ เพราะอาตมาไม่เคยเห็น พวกนี้เป็นแค่นิทานหลอกเด็ก ขู่ให้กลัวเฉย ๆ" พระวิรัช เขมสโร (สืบสำราญ) อายุ ๒๒ ปี พระภิกษุในโครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย เปิดเผยทัศนะของท่านเกี่ยวกับ เรื่องนรก สวรรค์ อย่างไม่อ้อมค้อม   "ก่อนจะมาบวชอาตมากินเหล้าหนักมาก ทั้งเช้า สาย บ่าย คํ่า วันหนึ่งกินเหล้าขาวถึง ๔ ขวด ไม่กลัวนรก"

       แม้เกิดมาเป็นชาวพุทธ ได้ยินได้ฟังเรื่องนรก สวรรค์ มาตั้ง แต่หัวเท่ากำปืน แต่ท่านก็ไม่เคยเชื่อว่านรกมีจริง สวรรค์มีจริง ตายแล้วก็จบกันแค่เชิงตะกอน ท่านจึงยังคงดื่มเหล้าตลอดมา โดยมิได้หวาดหวั่นต่อพญายม หรือกระทะทองแดงแต่อย่างใดก็จะหวั่นไปทำไมเล่า ในเมื่อท่านเคยยาไปยังดินแดนที่เชื่อ กันว่าเป็นที่อยู่ของผีตั้งหลายครั้ง ก็ไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของสิ่งที่ เรียกว่า "ผี" ท่านจึงยิ่งเชื่อมั่นมากขึ้นว่า คนเราตายแล้วสูญ แน่นอน

       "อาตมารู้จักแต่หมอผี แต่ไม่เคยเห็นผี และไม่กลัวผีด้วย แต่ ก่อนเวลาเดินกลับบ้านต้องผ่านปาช้า ตี ๑ ตี ๒ เดินคนเดียวก็ไม่ เคยเห็นผีสาง ไม่เคยได้ยินเสียงอะไรเลย"   ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม วันหนึ่งท่านบังเอิญผ่านไปที่ บริเวณลนามหลวง วันนั้นที่สนามหลวงมีคนเดินแจกโบรขัวร์ชวน บวช ๑๐๐,๐๐๐ รูป "มีคนมาแจกโบรชัวร์ชวนบวชให้อาตมา อาตมาอ่านแล้วนึกถึงแม่ อยากเอาบุญให้แม่ ก็เลยตัดสินใจสมัคร บวช" 

        ในช่วงอบรมโครงการบวชพระ ๑๐๐,๐๐๐ รูป พระวิรัชได้ดู ได้ฟัง เรื่องนรก สวรรค์ ซึ่งมาในรูปของ VCD มีทั้งภาพ ทั้งเสียง แต่ท่านบอกว่า  "อาตมาสารภาพตรง ๆ ว่าไม่เชื่อเลย เขาให้ฟังก็ฟัง ให้ดูก็ดู ทำทุกอย่างตามที่ทางโครงการให้ทำ ตั้งใจว่าจะอยู่ในการอบรมให้ เสร็จ แล้วก็จะได้จบกันไป"

        พระวิรัชดำเนินชีวิตในโครงการไปตามปกติ จนกระทั่งใน ช่วงท้ายของการอบรม ท่านและพระภิกษุในโครงการ ออกเดิน ธุดงค์ตามกำหนดการ ซึ่งกำหนดให้พระธรรมทายาททุกรูปมี โอกาสได้เดินธุดงค์. เพื่อพัฒนาวัดร้างให้เป็นวัดรุ่ง และเพื่อให้ ประชาชนทั้งประเทศตื่นตัวมาช่วยกันทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา

        "เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ อาตมา กางเต็นท์เพื่อค้างคืนที่วัดกล้าชอุ่ม จ.ปทุมธานี หลังจากสวดมนต์ ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิรอบคาแล้ว ธรรมทายาทก็แยกย้ายกันไป จำวัดในเต็นท์ เต็นท์ของอาตมาหันหน้าเข้าหาเมรุของวัดกล้าชอุ่ม ที่เลือกมุมนี้ เพราะอากาศเย็นสบายดี ตอนนั้น เวลา ๒๑.๓๐ น. อาตมากำลังจะล้มตัวจำวัด สายตาเหลือบไปเห็นบริเวณหัวของ ปล่องเมรุมีวงกลมดำ ๆ ใหญ่ประมาณฝาบาตร อาตมานึกว่า ตาพร่ามัว พักผ่อนน้อย ก็เลยไม่ได้สนใจ หลับตาจำวัดตามปกติ  

       "ผ่านไปสัก ๑๐ นาที รู้สึกหิวนํ้า เลยลุกขึ้นมาจิบนํ้า ก็เห็น วงกลมดำ ๆ นั้นขัดขึ้นกว่าเดิม สิก็ดำขึ้น ขนาดก็ใหญ่ขึ้นประมาณ ๓ เท่าของฝาบาตร ตอนนั้นก็ยังไม1คิดอะไรอีก ล้มตัวจำวัดต่อ   "ผ่านไปอีก ๓ นาที โดนยุงกัด ยุงเยอะมาก ก็ลุกขึ้นมา ทายากันยุง คราวนี้วงกลมสีดำใหญ่ขึ้นเท่าตัวเมรุ ตอนนั้น อาตมา คิดว่าคงเป็นเงาเมฆ ไม่ได้กลัวอะไร ก็ล้มตัวจำวัดต่อ  "อีก ๒๐ นาทีต่อมา อาตมาลุกขึ้นมาหาผ้าห่ม คราวนี้พออาตมามองไปก็ช็อก สุดขีด ขนลุก ตัวแข็ง เกร็ง ทำอะไรไม่ถูกเลย เพราะแสงจันทร์ครึ่ง ดวงส่องฉายให้เห็น อะไรอย่างหนึ่งที่มีสืดำ ทะมึน เคลื่อนไหวได้ กำลังหมุนตัวอยู่ สิ่งนี้มี แขนใหญ่มาก ต้นแขนเล็ก ปลายแขนใหญ่     บาน ๆ ปากใหญ่ยื่น ๆ คล้าย ๆ ปากหมู หูใหญ่เหมือนหูข้าง อกใหญ่กว้างประมาณ ๔-๕ เมตร เอวกิ่วเท่านิ้วก้อย บั้นท้ายใหญ่ กำลังโยกตัวช้า ๆ หันจาก ด้านหน้า หมุนตัวมาให้อาตมาเห็นด้านข้าง"แม้จะเขื่อมั่นตลอดมาว่าตายแล้วสูญ ผีไม่มีจริง แต่สิ่งที่ พระวิรัชเจอในตอนนี้ทำให้ท่านรู้สึกว่า "สิ่งนี้ไม่ธรรมดา" ด้วย ความกลัวสุดขีดท่านจึงรีบออกไปหาที่พึ่ง

 

      "ตอนบั้นอาตมากลัวมาก รีบออกไปหาเพื่อนพระที่อยู่เต็นท์ ข้าง ๆ บอกว่ากลัวมาก เห็นผี ขอนอนด้วย เพื่อนสหธรรมิกก็ไม่ เชื่อ บอกว่า 'อย่ามาแกล้งอำกันเลย' และไม่ยอมให้อาตมานอน ด้วย อาตมาเลยต้องกลับไปจำวัดต่อที่เต็นท์ เอาผ้าคลุมโปงแต่ตาค้างนอนไม่หลับเลย ตอนนั้นอาตมาคิดอะไรไม่ออกเลย จะแผ่เมตตาก็นึกไม่ได้ คิดอย่างเดียวว่าเมื่อไรจะเช้า!"

      เป็นธรรมดาว่า เวลาแห่งความทุกข์ทรมานมักจะยาวนาน กว่าเวลาแห่งความสุขเสมอ  "อาตมายิ่งเร่งเวลา ก็ดูเหมือนเวลายิ่งผ่านไปอย่างเชื่องช้า จาก ๔ ทุ่มกว่าไปจนถึงตี ๒ เป็นช่วง ๓ ชั่วโมงกว่า ๆ ที่ยาวนาน มาก ๆ เพราะอาตมานอนไม่หลับเลย

     "จนเวลาตี ๒ ลมที่พัดก็หยุดทั้งหมด สุนัขเริ่มเห่า แล้ว อาตมาก็ได้ยินเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต เป็นเสียงเย็นเยือก หวีดแหลมมาก ๆ กรีดโหยหวน ที่น่าแปลก คือ พอเสียงกรีดแรก ดังขึ้นแล้ว ก็เหมือนมีเสียงสะท้อนกลับมาอีก คล้าย ๆ เวลาเรา ตะโกนในห้องโถงหรือในถํ้า แต่ที่วัดกล้าชอุ่มเป็นที่โล่งแจ้ง ไม่มี มุมให้สะท้อนได้เลย แล้วเสียงสะท้อนมาจากไหน??

     "เสียงหวีดแหลมดังอยู่ช่วงใหญ่ ๆ เหมือนผ่านเต็นท์ของ อาตมากลับไปกลับมา ตอนนั้น อาตมาคลุมโปงอย่างเดียวไม่เอา อะไรอีกแล้ว จนตี ๔ พระอาจารย์ปลุกธรรมทายาทให้ตื่น เสียงนั้น เป็นเสียงที่อาตมาดีใจที่สุดในชีวิต"

     หลังจากทนทุกข์ทรมานไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืน พอมื เสียงสวรรค์มาช่วยเอาไว้ พระวิรัชก็รีบออกไปถามเพื่อน ๆ ว่า มีใครได้ยินเสียงตอนตี ๒ ตี ๓ บ้างไหม ปรากฏว่า พระทั้ง ๓๐ กว่ารูป ได้ยินเหมือนกันทั้งหมด บางรูปบอกว่ารู้สึกเหมือนมีอะไรมาลูบ เต็นท์ บางรูปก็บอกว่าเหมือนมือะไรมาวนรอบ ๆ เต็นท์ แต่ไม่มี ใครกล้าออกมาดู เพราะแต่ละรูปเพิ่งบวชได้ ๑๐ กว่าวัน ยังไม่ แก่กล้าพอที่จะออกไปเจอด้วยตา จึงมีแต่พระวิรัชเท่านั้น ที่ได้เห็น ด้วยตา เรื่องนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย

     "ตอนนี้ อาตมาเชื่อนรก สวรรค์ บาป บุญ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากที่ไม่เคยเชื่อมาก่อนเลย แต่อยู่ ๆ ได้มาเจอของจริง ทั้งๆ ที่ อาตมายังไม่ตาย และยังมีสติครบถ้วน ตาไม่ฝืาฟาง เห็นชัด ๆ บอกรายละเอียดได้ทุกอย่าง พูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม ทำให้อาตมา สามารถเปลี่ยนความคิดทุกอย่างได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

     "ถ้าอาตมาไมใต้มาบวขเเละไม่ได้มาเจอเหตุการณ์นี้ ชีวิต นี้คงไม่เชื่อเรื่องนรก สวรรค์ จนวันตาย ตอนนึ้อาตมารู้วันบวช ของตัวเอง แต่ไม่รู้วันสีก จะสืกวันไหนไม่มีกำหนด ใจตอนนี้มีแต่ ธรรมะและจะอยู่เป็นพระไปเรื่อย ๆ ไม่กล้าทำบาปทำกรรมอีก แล้ว"

 

เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ พระวิรัขได้เขียนจดหมายไปถามคุณครู ไม่ใหญ่ในรายการโรงเรียนอนุบาลฝืนในฝืนวิทยา  ที่ออกอากาศผ่านสัญญาณดาวเทียมช่อง DMC โดยมืคำถามและคำตอบดังนี้

 ๑.   สิงที่ผมเห็นคืออะไร

คำตอบ   สิ่งที่ลูกเห็น คือ เปรตที่วนเวียนหาของกินอยู่บริเวณนั้น เปรตตนนี้จะคอยอยู่ในบริเวณวัดเพื่อรอกินเครื่องเซ่น เมื่อเห็นพระ จำนวนมากธุดงค์มาพักในบริเวณวัด ก็อยากจะได้บุญ จึงเข้าไปอยู่ ใกล้ ๆ บริเวณที่พวกลูกพักอยู่ เพื่อขอส่วนบุญ

๒.   ทำไมผมจึงต้องเห็น

คำตอบ เป็นจังหวะพอดีกับที่ลูกกำลังพักผ่อนอยู่ จังหวะนั้นใจ ของลูกกำลังเคลิ้ม ๆ เบา ๆ ทำให้อายตนะภายในของลูกเห็นเปรต ตัวนั้นได้ชัดเจน

 ๓.   สิงที่ผมเห็นนี้เกี่ยวข้องอะไรกับผมหรือเปล่าครับ

คำตอบ ลูกไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเปรตตัวนั้น เพียงแต่ว่าเป็น จังหวะที่กำลังใกล้จะหลับพอดี อีกทั้งเต็นท์ของลูกก็หันไปทางนั้น ด้วย ที่จริงแล้วเปรตตัวนี้ อดีตชาติเคยเป็นชาวบ้านที่ทำมาหากิน อยู่บริเวณนี้ แต่เป็นพวกที่เกะกะเกเร และเป็นหัวโจกขาใหญ่อยู่ใน หมู่บ้าน เวลามีงานบุญในวัดก็จะคอยแซวพวกชาวบ้านที่มาทำบุญ ด้วยความคึกคะนอง และชอบแอบเข้ามาขโมยไก่ที่อาศัยอยูในวัด เอาไปทำอาหาร ทำให้มีปากแบะ ๆ ยาว ๆ เหมือนปากหมู แต่ท้อง

           คอดกิ่วตั้งแต่ใต้ซี่โครงลงมา ทำให้อาหารที่กินเข้าไปไม่ลงไปในท้อง หิวโหยอยู่ตลอดเวลาแทบขาดใจ และมีมือที่ใหญ่แต่มีแขนเล็ก ทำให้เจ็บปวดเวลาที่เคลื่อนไหวแขน เพราะเคยก่อเหตุวิวาททุบตี คู่อริตอนเป็นมนุษย์ อีกทั้งในตอนที่เป็นวัยรุ่น เวลาพ่อแม่บ่น ตักเตือนก็ไม่ฟิง แถมด่าว่าพ่อแม่อีก ทำให้มีหูกางใหญ่ ดูคล้าย ๆ กับใบหูของช้าง หนักหัวมาก ทรมานมาก จะทำอะไรก็ไม่ถนัด

 ๔.    สิงที่ผมเห็นต้องการให้ผมช่วยอะไรหรือเปล่าครับ

คำตอบ   เขาต้องการส่วนบุญส่วนกุศลจากการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ของลูกพระภิกษุที่ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมเป็นอย่างดี จนดูน่า เคารพเลื่อมใส ทำให้เปรตตัวใไนเห็นพวกลูกสว่างไสวมาก

 ๕.     ผมจะช่วยอะไรได้บ้าง

คำตอบ   ให้ลูกตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรม แล้วนึกถึงบุญที่ได้ทำในการ บวชครั้งนี้ แล้วอุทิศส่วนกุศลให้เขา เขาก็จะสุขสบายขึ้นตาม อัตภาพ เพราะเขาอยากได้ส่วนบุญจากพวกลูกทั้งหมดทุกรูป

๖.     เสียงที่ได้ยินคือเสียงอะไร จะบอกอะไรแล้วทำไมธรรมทายาททั้ง ๓๐ รูป ได้ยินเหมือนกันหมด

คำตอบ   เมื่อเขาเห็นลูกนอนคลุมโปง แล้วพระรูปอื่นก็ไม่ได้สนใจ เขาก็เข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น และพยายามส่งเสียงออกมาทางปากที่ เหมือนกับปากหมูให้ดังที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ และตั้งใจให้พวกลูก ได้ยินกันทั้งหมด จึงได้เดินร้องไล่ตามเต็นท์ของพระธรรมทายาท ทั้งหมด ในตอนนั้นพระธรรมทายาทกำลังจำวัดอยู่ ทำให้ใจถอน จากกายหยาบไปอยู่ที่กายละเอียดหรือกายฝืน ทำให้อายตนะตรง กัน จึงได้ยินเสียงเปรตตัวนั้น และบางคนก็ตกใจตื่น แต่อายตนะ ภายในยังเชื่อมต่อกับกายฝืนอยู่ รวมทั้งเปรตตัวนั้นมีความตั้งใจ อย่างมากอยากจะให้พระท่านได้ยินเสียงที่ตนร้อง จึงทำให้พระ ทั้ง ๓๐ รูปได้ยินเสียงนี้

 

       .....พระวิรัชเป็นผู้มีบุญมากที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงความคิด ได้ทัน ตอนนี้ท่านเชื่อแล้วว่า นรก สวรรค์ มิใช่นิทานหลอกเด็ก ถ้าไม่ได้บวชท่านก็อาจจะยังเชื่อว่า คนเราตายแล้วสูญ และ ดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความประมาท ซึ่งอาจทำให้ท่านก้าวไปสู่ ชีวิตที่มืดมนและทุกข์ทรมานกว่าลี่งที่ท่านพบเห็นก็เป็นได้....

 

ค้นหา